ความฝัน
posted on 07 Apr 2009 20:02 by patata
เสียงเพลงของเมนเดลโซน (Felix Mendelssohn) ยังคงบรรเลงกลบเสียงเปรี้ยงปร้างของฟ้า
ยามฝนใกล้จะตก สาเหตุก็จากพายุซักลูกหนึ่งที่ผมก็จำชื่อไม่ได้
หลังจากที่ฟังการพยากาณ์อากาศจากกรมอุตุฯอย่างไม่ตั้งใจนักในช่วงข่าวภาคค่ำ
พลางคิดถึงบทสนทนาเมื่อตอนบ่ายระหว่างผมและเจ้าเพื่อนรัก
...ร้านกาแฟหรอ...
อืม... ยังไงดีหละ
ไอ้อยากทำมันก็อยากทำอยู่หรอกนะ
นอกจากจะเป็นอาจารย์แล้วความฝันของผมอีกประการนึงก็คือเปิดร้านกาแฟน่ารักๆ
ที่รวบรวมกาแฟ หนัง หนังสือและเพลงคลาสสิค
พูดง่ายๆก็คือรวมสิ่งที่ผมหลงไหลให้มาอยู่ในร้านเดียวกัน
จนถึงเคยเปรยกับไอ้ลันไว้ว่าถ้ามีโอกาสได้ทำจริงหละก็
ผมจะให้มันกระโดดข้ามสาขาที่มันทำงานอยู่ให้มาเป็นมัณฑนากรร่วมกับผมเสียด้วยซ้ำ
แต่พอดีว่าโอกาสในชีวิตเบนให้ผมมาเป็นอาจารย์ไปเสียก่อน
โครงการร้านกาแฟของผมจับต้องเก็บลงกล่องชั่วคราว
ไม่นึกว่าเธอก็เคยคุยเรื่องนี้กับมันเหมือนกัน...โลกจะกลมไปไหนกัน
อีกทั้งตอนนี้ผมยังสนุกกับการสอนและการเขียนหนังสืออยู่
ถ้าผมตัดสินใจทำผมก็ต้องแน่ใจว่าผมจะมีเวลาให้ร้าน
เพราะผมอยากจะดูแลลูกค้าด้วยตัวของผมเอง สมัยนี้หาลูกจ้างที่ไว้ใจได้ง่ายเสียเมื่อไหร่...
อีกทั้งเอาหนังสือจากชั้นหนังสือผมไปไว้ในร้านเนี่ยนะ...
ผมกลัวว่าคนอื่นเค้าจะอ่านไม่สนุกกันหละสิ
ก็นิสัยของผมหนะเวลาเจออะไรน่าสนใจหรืออ่านแล้วคิดอะไรได้
ผมก็ขีดก็เขียนลงไปในหนังสือนั่นหละ...แล้วลายมือผมอ่านรู้เรื่องซะที่ไหนกัน
วันนี้ฝนไม่ตก...และผมก็ไม่ต้องไม่มีสอนและงานอะไรที่คณะด้วย
ผมจึงมีเวลาเต็มที่ให้หนังสือของผม
ซึ่งถ้าผมสามารถรักษาระดับความเร็วในการเขียนไปได้เท่านี้เรื่อยๆ
ตัวต้นฉบับก็น่าจะเสร็จไม่เกินวันอาทิตย์นี้
เพราะโครงเรื่องอะไรก็เรีบบร้อยหมดแล้วเหลือแต่เพียงใส่รายละเอียดปลีกย่อยและดูภาพรวมอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อเงยหน้าจากงานตรงหน้าก็พบว่าเลยเที่ยงไปนานโข...
โดยไม่รู้ตัวผมก็พบตัวเองอยู่ในครัว...
กำลังโปะขนมปังลงบนชิ้นเนื้อย่างที่เหลือมาจากเมื่อคืน
เติมผักลงบนชิ้นเนื้ออีกนิดหน่อย ก็กลายเป็นอาหารกลางวันที่ง่ายและอร่อยถูกปากผมเป็นที่สุด
หลังจากจัดการเจ้าแซนด์วิชก้อนนั้นเสร็จผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้ตั้งใจจะไปเดินหอศิลป์ใกล้ๆมหาวิทยาลัย
ที่วันนี้มีนิทรรศการใหม่มาจัดแสดงพอดี...
ชวนไอ้เจ้าเพื่อนตัวดีมันคงไม่ยอมมาแน่ หรือผมจะชวนเธอ...
หลังจากที่เราเจอกันโดยบังเอิญครั้งล่าสุดในร้านหนังสือบนห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมือง
ผมตกใจเล็กน้อยกับความบังเอิญแต่ก็ไม่นานพอที่เธอจะจับผิดสังเกตบนใบหน้าของผมได้
การเจอเธอที่ร้านหนังสือนั้นทำให้ผมรู้ได้ว่ารสนิยมการอ่านหนังสือของเธอนั้นกว้างพอๆกับผม
เราคุยกันเรื่องที่เราสนใจกันอย่างเพลิดเพลิน ก็ไม่พ้นเรื่องหนังสือ งานศิลป์และการดูหนัง
ที่เธอและผมคลั่งไคล้เหมือนๆกัน
สุดท้ายแทนที่ผมจะได้หนังสือติดไม้ติดมือกลับบ้านผมกลับได้เบอร์โทรศัพท์ของเธอ...
“แล้วเจอกันนะคะ” ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ทันทีว่าตอนนี้ผมกำลังฉีกยิ้มกว้าง
อย่างไม่กลัวรอยย่นบนใบหน้า..
.ผมเหลือบไปมองนาฬิกาเรือนสวยบนผนัง
...อีกไม่กี่นาทีผมก็จะได้พบกับเธอโดยไม่ใช่ความบังเอิญแล้วหละ...